Ubuntu 8.04 (Hardy Heron)
พ. 7.May.08 โดย O
Window$ XP ของผมเป็นอะไรไม่รู้ ยิ่งนับวันยิ่งทำงานช้าลงๆ เรื่อยๆ (คอมฯ ที่ลง Windows ต้องเป็นอย่างนี้ทุกเครื่องเลยเหรอ? หรือเพราะ Micro$oft แอบยัดขยะต่างๆ เข้ามาในคอมพิวเตอร์เรื่อยๆ เพื่อบังคับให้ต้องซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ทุกสองปี และต้องใช้แต่ Vista เท่านั้น?) ผมเลยลองตัดสินใจลง Ubuntu ดูอีกสักครั้ง หลังจากที่เคยลองเล่นๆ กับ Ubuntu 7.10 มาบ้างแล้ว และจำความรู้สึกได้ว่ามันเป็นอะไรที่ไม่คุ้นเลย กว่าจะหาวิธีตั้งค่าต่างๆ ให้เจอ หรือเปิดหน้าเวบให้มันแสดง flash ได้แบบปกติเหมือนชาวบ้านชาวเมืองนั้น ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ความอดทนเยอะมาก (Package คืออะไร apt-get ยังไง และต้องเลือกเอาตัวไหน ฯลฯ) แต่ผมก็คิดว่ามันไม่ได้ถึงกับแย่ไปกว่า Windows มากมายนักเท่าไหร่ เพราะ Windows เองก็ต้องอาศัยความคุ้นเคยของผู้ใช้บ้างพอสมควร
Ubuntu 8.04 หรือ Hardy Heron นี้เปิดให้ทุกคนสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรีๆ โดย 8.04 หมายความว่าเป็นรุ่นที่ออกในปี 2008 เดือน 4 (เมื่อปลายเดือนที่แล้วนี่เอง) โดย Ubuntu จะออกรุ่นใหม่ในทุกๆ หกเดือน คือจะมีรุ่น 04 (เมษายน) กับ 10 (ตุลาคม) สลับกันไปเรื่อยๆ ในแต่ละปี
ในรุ่น 8.04 นี้ยังเป็นรุ่น Long Term Support (LTS) อีกด้วย คือใน Ubuntu ทุกๆ รุ่นจะมี Software update ให้ใช้หลังจากที่ออกแล้วหนึ่งปีครึ่ง แต่รุ่น LTS จะได้ระยะเวลาการสนับสนุนที่ยาวกว่าคือสามปี หมายความว่าตลอดระยะเวลาสามปีนี้ยังสามารถใช้ระบบปฏิบัตการเดิมซึ่งยังได้รับการสนับสนุน Software Update ไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องลงตัวระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ๆ (Micro$oft เจ๋งกว่า สนับสนุน Windows XP ตั้งห้าปีหรือครึ่งทศวรรษแน่ะ 555) ถ้าใครคิดว่าจะลองหันมาใช้ Ubuntu ก็คงเริ่มจากรุ่น 8.04 LTS นี้ได้เลย
ผมจำได้ว่าเคยอ่านจากหลายๆ บล็อกว่าคำว่า Hardy Heron นี้สามารถผวนให้กลายเป็น Hairy Hardon ได้ (แปลว่า ‘อวัยวะเพศแข็งตัวที่เต็มไปด้วยขน’ — 555) ก็ตลกดี ไม่รู้คิดยังไงถึงตั้งชื่อเอาแบบนี้ เราคงต้องมาดูกันต่อว่าเจ้า Hardy Heron นี้จะ ‘แข็ง’ สมชื่อมันหรือไม่
ก่อนอื่นต้องไปดาวน์โหลดตัว iso มาจาก Server ของ Ubuntu เพื่อ burn ลงแผ่นซีดีก่อน ตอนเบิร์นเลือกความเร็วต่ำๆ ไว้ก็ดีนะครับ เพราะแผ่นจะได้ไม่มีปัญหา ขั้นตอนนี้ผมไม่ขออธิบายเพิ่มนะครับ เพราะมีคนเขียนอธิบายไว้เยอะแล้ว (google ยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ.. ลองดูนะครับ) จากนั้นให้ใส่แผ่นซีดีนั้นลงไปตอนเปิดเครื่อง เพื่อให้คอมพิวเตอร์บูตขึ้นจากแผ่นซีดีได้ พอขึ้นจอดำๆ มาก็เลือกภาษา แล้วก็เลือก ‘Try Ubuntu…’
จากนั้นเราจะเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Ubuntu 8.04 ซึ่งมันทำงานจากแผ่นซีดีโดยไม่ต้องติดตั้งลงฮาร์ดดิสก์ก่อน แต่มันจะทำงานได้ค่อนข้างช้าเพราะต้องคอยอ่านข้อมูลจากแผ่นซีดีแล้วมาเก็บไว้ในแรม ตอนนี้เราก็สามารถลองกดเล่นไล่ดูไปเรื่อยๆ เพื่อจะได้ช่วยตัดสินใจว่าอยากจะติดตั้ง Ubuntu 8.04 ลงเครื่องของเราหรือไม่ (หรือถ้าไม่อยากเปิดเครื่องแล้วอ่านเอาจากแผ่นซีดี เราก็สามารถลง Ubuntu เข้าไปไว้ใน Windows ก็ได้ โดยใส่แผ่นซีดีลงไปหลังจากเปิด Windows แล้วเลือก ‘Install inside Windows’ พอทดสอบการใช้งานเสร็จค่อย Uninstall ออกก็ได้ — แต่วิธีหลังนี้มีปัญหาค่อนข้างเยอะ, ๆ)
กลับมาที่วิธีรันบนแผ่นซีดีของเรากันต่อนะครับ ถ้าจะติดตั้งก็เลือกไอคอน Install จากบนหน้าจอ:
Step 1 - เลือกภาษาของเมนูต่างๆ ใน Ubuntu มีภาษาไทยให้เลือกด้วยนะครับ แต่ผมคุ้นกับภาษาอังกฤษมากกว่า..
Step 2 - เลือก Time Zone เอาเมาส์จิ้มไปที่แผนที่แหลมทองสยามประเทศตรงเมืองบางกอกนั่นได้เลย
Step 3 - แป้นพิมพ์, เลือก Thailand - Thai ตามรูปนะครับ
Step 4 - ตรงนี้ถ้าจะลง Ubuntu โดยยังเก็บ Windows เอาไว้ด้วยก็เลือก ‘Guide’ แล้วเลื่อนตัวแบ่งเอาเลยนะครับ ว่าจะให้เนื้อที่กับแต่ละระบบปฏิบัติการเท่าไหร่ หรือถ้าเอา Windows ออกไปเลยก็เลือก ‘Use entire disk’ หรือหากเตรียมเนื้อที่ว่างที่ยังไม่ได้กำหนด file system ใดๆ เอาไว้ก็เลือก ‘Use largest continuous space’ — อ่อ อีกวิธีหนึ่งที่มีคนทำกันเยอะก็คือให้แบ่งเป็น 3 พาร์ทิชั่นนะครับ อันหนึ่งเป็น Windows (NTFS) อีกอันหนึ่งไว้เซฟงาน เพลง หรือรูปต่างๆ เป็น Fat32 ส่วนที่เหลือค่อยลง Ubuntu
Step 5 - เลือกชื่อ, user name, password
Step 6 -เลือกว่าจะ copy ไฟล์อะไรจาก Windows เดิมมาบ้าง ถ้าไม่เอาก็ผ่านครับ
Step 7 - พร้อมแล้วกด ‘Install’ ได้เล้ย.. (ห้ามไปเอา grub boot loader ใน ‘Advanced’ ออกนะครับ)
*รูปประกอบพร้อมวิธีติดตั้งอย่างละเอียดหาได้จากที่นี่และที่นี่ครับ
พอติดตั้งเสร็จก็กด Restart, เอาแผ่นซีดีออก, แล้วกด Enter ครับ เมื่อเจอหน้า Grub boot loader ตอนเปิดเครื่องก็จะสามารถเลือกได้ว่าจะเปิด Ubuntu หรือ Windows
ผมจะเล่าปัญหาที่ผมเจอนะครับ คือ ตอนลอง Ubuntu 7.10 นั้น ผมเปิดใช้ wireless ได้เป็นปกติ แต่พอมาในรุ่นใหม่นี้ Wireless กลับใช้ไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไมเป็นแบบนี้เหมือนกัน วิธีแก้ผมได้มาจากกระทู้ในubuntuclubครับ (ผมใช้ wireless ของ Intel)
- Flash, video, mp3 ต่างๆ จะยังเปิดใช้ไม่ได้ทันทีนะครับ ต้องลง ubuntu-restricted-extras ก่อน (google,google,google — คือผู้ช่วยที่อยู่เคียงข้างคุณเสมอ)
- Firefox เป็นรุ่นทดลอง ผมว่ามันเกิดอาการช้าๆ และแฮงก์บ่อยมากจนเกินงามครับ (โดยเฉพาะเวบไซต์ที่โหลด Flash มากๆ อย่าง imeem, dailymotion, youtube, หรือ wordpress เองที่ใช้ flash uploader)
- อย่าเปิด Login อัตโนมัตินะครับ เพราะแป้นพิมพ์ที่ตั้งค่าภาษาไทยไว้ (’Separate layout for each window’) จะรวน
- Pidgin ซึ่งต้องใช้เล่นเอ็มนั้น ผมว่าใช้งานยากเกินไปสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (ยังไม่เคยลอง aMSN ครับ)
- แป้นเปลี่ยนภาษาคือ Alt+Shift ผมเคยใช้แต่ตัวหนอน บอกตรงๆ ว่าทำยังไงก็ไม่คุ้นเลย
- ใครที่คุ้นกับ Control panel ใน Windows มาก็จะเกิดอาการงงกับเมนูสองเมนูระหว่าง Preference กับ Administration ครับ
ส่วนข้อดีที่ผมติดใจใน Ubuntu 8.04 ก็มีเยอะนะครับ ผมชอบตรงที่ภาษาไทยสามารถใช้งานได้เลย รวมถึงใน OpenOffice ด้วย (ตอนลง 7.10 แทบร้องไห้เลยครับ มันเปิดเอกสาร Word ภาษาไทยไม่ได้เลย) โปรแกรมต่างๆ มีมาให้ครบ แถมยังเลือกลงเพิ่มได้อีกง่ายๆ และที่สำคัญนะครับ ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรที่แก้เองไม่ได้ ให้เเข้าไปที่ ubuntu forum, ubuntuclub(คลับของชาวไทย มีห้องแชทเปิดให้ถามกันสดๆ), หรือง่ายๆ ก็ search google เอาครับ รับรองว่าถ้าอดทนสักนิด เปิดใจเรียนรู้สักหน่อย จะต้องแก้จนได้แน่ๆ
บอกตรงๆ ว่าผมเป็นมือใหม่กับ Linux จริงๆ ครับ เพิ่งเคยมาใช้จริงๆ จังๆ ได้ก็สักอาทิตย์กว่าๆ sudo คืออะไรผมเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ ใน file system ผมก็ไม่เข้าไปยุ่งเลย วันๆ ก็ใช้คอมพิวเตอร์เปิดอินเตอร์เนท ใช้ Hotmail บ้าง Gmail บ้าง, เข้า Hi5 เพื่อน, เปิด Google reader, อ่านบล็อก, หาข้อมูล, เปิดดิกชันนารี, พิมพ์งาน ฯลฯ ผมใช้คอมฯ ประมาณนี้น่ะครับ Ubuntu 8.04 สำหรับผมแล้วก็ถือว่าใช้ได้ในระดับดีเลยทีเดียว แต่ถ้าถามว่ามันดีกว่าใช้ Windows ไหม? ผมว่ามันก็เอามาเปรียบเทียบกันลำบากน่ะครับ คือเราใช้วินโดวส์เป็นก็เพราะเราคุ้นเคย แล้วเรามีความจำเป็นมากแค่ไหนที่จะต้องมานั่งเรียนรู้วิธีใช้คอมฯ ใหม่แทบทั้งหมดใน Ubuntu? อันนี้ผมว่าต่างคนก็ต่างใจครับ
อ่อ อีกอย่างทางเวบ Ubuntu.com เองก็โฆษณาว่า ‘You’ll never go back’ ประมาณว่าถ้าได้มาลองใช้ Ubuntu ดูแล้วจะไม่มีวันกลับไปใช้ระบบเดิม (Window$) อีก ที่จริงแล้วผมว่ามันก็ไม่ได้ถึงกับขนาดนั้นนะครับ อย่างแรกเลยก็คือ Ubuntu คือ Linux และ Linux ก็ไม่ใช่ Windows คุณไม่มี iTunes ใน Ubuntu และไม่มีเกมส์ The Sims 2, MSN Messenger, Office 2007, Adobe Photoshop, และอีก ฯลฯ โปรแกรมที่ทำงานบนวินโดวส์ (ยิ่งโดยเฉพาะโปรแกรมในที่ทำงานต่างๆ) และในการเรียนรู้ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ใหม่ก็ต้องใช้ความอดทนด้วย ไม่ใช่ว่าเคยใช้อย่างนั้นอย่างนี้มาก่อนแล้วพอมาใช้ของใหม่ก็จะต้องทำให้ได้แบบเดิมทันที มันคงต้องปรับไปเรื่อยๆ น่ะครับ ผมว่า Ubuntu ก็ยังจะไม่มาแทน Windows ได้อย่างหมดจด เพราะผู้ใช้ (อย่างผม) ก็คุ้นเคยกับวินโดวส์มากจนเกินไปเสียแล้ว อีกอย่างก็คือตัว Ubuntu เองก็ยังคงใช้งานได้ยากเกินไป (ผมไม่ค่อยได้ใช้ Command prompt บนวินโดวส์เลยครับ แต่ลองทายดูสิครับว่า มีวันไหนบ้างที่ผมไม่เคยต้องเปิด Terminal บน Ubuntu เลย) ต้องใช้ความอดทนในการเรียนรู้และต้องทำความเข้าใจเรื่องใหม่ๆ จนบางครั้งมันก็มากจนเกินไป จนทำให้สิ่งต่างๆ ที่คอมพิวเตอร์เคยทำได้บน Windows (เช่น sync iPod, เปิด Flash, เอารูปจากกล้องดิจิตอลลงคอมฯ) ดูกลายเป็นเรื่องที่ยากเย็นและแสนเหน็ดเหนื่อยบน Ubuntu ไปเลย
แต่ผมก็คิดว่าถึงยังไงผู้ใช้ Ubuntu (ถึงจะมีน้อย) ก็ยังคงจะเพิ่มขึ้นต่อไปเรื่อยๆ นะครับ (ผมคนนึงมั้งครับ) เพราะอย่างแรกเลยคือ Ubuntu นั้นฟรี (แต่ตอนนี้คอมฯ ที่ซื้อใหม่กลับพ่วงขาย Window$ มาด้วยแฮะ แล้วยังงี้มันจะไม่เรียกผูกขาดได้ไงวะ?) แต่ในขณะที่มันเป็นของฟรีนั้น Ubuntu กลับน่าใช้ยิ่งกว่า Windows vista เสียอีก Ubuntu ยังมีแนวโน้มที่จะพัฒนาให้ใช้ง่าย เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้ใหม่ๆ อีกต่อไป
อีกอย่างเลยที่โดนใจผมมากๆ ก็คือความตั้งใจทำ Ubuntu ขึ้นมาโดยให้สัญญาว่าจะเป็นซอฟท์แวร์ที่ฟรีตลอดไป เป็นอะไรที่สวนทางกับ Micro$oft ได้แรงและดีมากๆ ทาง Microsoft เองที่มัวแต่เร่งเพิ่มนู่นเพิ่มนี่ลงไปใน Windows จนเครื่องแน่นและรวนไปหมด (ซึ่งที่เพิ่มลงมาต่างๆ นั้นก็ไม่ค่อยจำเป็นเสียส่วนใหญ่) เพื่อที่ Microsoft จะได้คอยบังคับให้ผู้ใช้ต้องอัพเกรดเครื่องให้แรงพอสำหรับซอฟท์แวร์ใหม่ๆ และสุดท้ายก็จะต้องออกไปซื้อคอมฯ เครื่องใหม่ในที่สุด (ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องเป็น Vista c[r]apable–เงินจะได้หมุนเข้าสู่กระเป๋าของ Micrisoft อีกทีหนึ่ง)
แต่เอาเข้าจริงผมว่า Ubuntu เองก็กิน Spec เครื่องใช่ย่อยนะ 555 (คงต้องลอง Xubuntu มั้ง)
Documents ครับ (ไฟล์ pdf และรูปภาพจะแสดงเป็น thumbnail ให้อัตโนมัติ)
Expo ครับ คือมีเดสก์ทอปหลายๆ เดสก์ทอปได้พร้อมกัน เช่น เดสก์ทอปหน้าซ้ายเปิดอินเตอร์เน็ทกับแชท หน้าขวาเอาไว้พิมพ์งาน
ผมชอบมากเลย Cover flow ระหว่างโปรแกรมต่างๆ ได้ด้วย (Ubuntu เรียกมันว่า Shift switcher)






การใช้ปุ่ม ` (Grave Accent) ในการสลับภาษา
http://www.opentle.org/node/4944
(google,google,google — คือผู้ช่วยที่อยู่เคียงข้างคุณเสมอ)
ครับ แต่ปัญหาคือมันต้องเข้าไปแก้ที่ Xorg.conf ด้วยครับ
สำหรับผม คิดว่ามันยุ่งยากจนเกินไปครับ
ีhttp://sudosys.be/?q=itunes_7.3_on_ubuntu_8.04
Ubuntu….for life…. (FREE!!! FROM MS)